Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content

เจาะลึก Cyber Security รักษาความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

11 ก.พ. 2022
SHARE

International Data Corporation คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายเกี่ยวกับโซลูชัน Cyber Security ทั่วโลกจะสูงถึง 133,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2022 เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็วและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน

ครั้งหนึ่ง John Chambers อดีต CEO ของ Cisco เคยกล่าวเปรียบเปรยไว้ว่า “ทุกวันนี้มีบริษัทอยู่สองประเภท คือ บริษัทที่ถูกแฮ็กและบริษัทที่ไม่รู้ตัวว่าถูกแฮ็ก” การดำเนินธุรกิจตามมาตรการ Cyber Security อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องท้าทายในยุคปัจจุบันที่จำนวนอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีมีมากกว่าจำนวนผู้ใช้ อีกทั้งเหล่าแฮ็กเกอร์ก็เริ่มมีวิธีโจมตีทางไซเบอร์ด้วยความเหนือชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

เราจะป้องกันธุรกิจให้ปลอดภัยบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร? ถ้ายังไม่รู้ทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ บทความนี้ PTT ExpresSo จะพาไปเจาะลึกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Cyber Security

Cyber security concept

Cyber Security คืออะไร?

Cyber Security หรือการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ คือ การปกป้องระบบที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร เพื่อป้องกันการเข้าถึงศูนย์ข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การโจมตีทางไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในประเทศพัฒนาแล้วและธุรกิจจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องประสบกับความเสียหายครั้งใหญ่จากการละเมิดข้อมูลที่ยืนยันแล้วมากกว่า 2,000 รายการทั่วโลกในแต่ละปี โดยการละเมิดแต่ละครั้งมีมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยมากกว่า 3.9 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และ 8.1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐเฉพาะในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2000 ผู้คนมากกว่า 3.5 พันล้านคนหรือราวครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลกถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวโดยอาชญากรไซเบอร์

ดังนั้น ไม่ว่าองค์กรของคุณจะเป็นธุรกิจขนาดใดก็ตาม การเตรียมพร้อมด้าน Cyber Security เพื่อป้องกันภัยคุกคามและสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งที่ควรลงทุนและให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ

ประเภทของภัยคุกคาม Cyber Security ที่ควรรู้

การวางแผนสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นงานที่ซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์นับล้านคนได้พัฒนายุทธวิธี เทคนิค และขั้นตอนการโจมตีรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ต่อไปนี้ คือ ประเภทของภัยคุกคาม Cyber Security บางส่วนที่คุณควรรู้

Malware

เป็นซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อโจมตีทางไซเบอร์ สามารถแพร่กระจายตัวเองจนสร้างความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ทำให้ข้อมูลเสียหายหรือขัดขวางการทำงานของระบบ รวมถึงการเปิดช่องให้ผู้โจมตีเข้าถึงเพื่อดำเนินการที่เป็นอันตรายอื่นๆ ได้ไม่จำกัด

Ransomware

Malware ประเภทหนึ่งที่ล็อคไฟล์ระบบคอมพิวเตอร์ของเหยื่อผ่านการเข้ารหัส เพื่อเรียกร้องเงินค่าไถ่จำนวนมากแลกกับการถอดรหัสและปลดล็อคไฟล์เหล่านั้น ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อข้อมูลขององค์กร เพราะเป็นเรื่องยากมากที่จะกู้คืนข้อมูลหากไม่มีแผนสำรองที่มีประสิทธิภาพ

Phishing

การส่งอีเมลและข้อความไปหลอกลวงเหยื่อโดยปลอมแปลงเป็นองค์กรหรือเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง บ่อยครั้งเป็นการโจมตีแบบสุ่มและมีเจตนาที่จะขโมยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบ

Hacker_Virus_Malware_Attack

Advanced Persistent Threats (APTs)

การโจมตีทางไซเบอร์แบบกำหนดเป้าหมายระยะยาวกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง โดยผู้โจมตีจะแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายและหลบหลีกการตรวจจับเป็นเวลานานๆ มักมีเป้าหมายเพื่อขโมยเงินหรือข้อมูลลูกค้าที่สำคัญและละเอียดอ่อน รวมทั้งการทำลายหรือขัดขวางระบบการทำงานขององค์กรที่มีความสำคัญ

Code Injection

การส่งรหัสที่เป็นอันตรายไปยังระบบคอมพิวเตอร์และทำให้ระบบประมวลผลเรียกใช้รหัสนั้น จากนั้นจะใช้การแทรกโค้ดเพื่อเข้าควบคุมระบบต่างๆ เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ หรือฐานข้อมูล และดำเนินการตามเป้าหมายที่ผู้โจมตีต้องการ

Denial of Service (DDoS)

การส่ง Traffic ปลอมจำนวนมากไปยังระบบคอมพิวเตอร์จนปริมาณการรับส่งข้อมูลท่วมท้น และปฏิเสธการเข้าถึงของผู้ใช้งานระบบที่มีสิทธิถูกต้อง โดยผู้โจมตีสามารถทำให้ระบบช้าลงหรือหยุดทำงาน ซึ่งการหยุดชะงักของบริการที่สำคัญจะสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กรนั้นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Bots and Automated Attacks

การโจมตีทางไซเบอร์ที่ดำเนินการโดยระบบอัตโนมัติที่เรียกว่า Bot ซึ่งสามารถสแกนหาช่องโหว่ของระบบจากการพยายามคาดเดารหัสผ่าน ติดระบบด้วยมัลแวร์ และวิธีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายอีกมากมาย

นอกจากตัวอย่างข้างต้น ยังมีการโจมตี Cyber Security ประเภทอื่นๆ เช่น Botnets, Drive-by-Download Attacks, Man-in-the-Middle (MitM) Attacks, Exploit Kits, Malvertising, Vishing, Credential Stuffing Attacks, Cross-Site Scripting (XSS) Attacks, Business Email Compromise (BEC) และ Zero-Day Exploits เป็นต้น

6 เทรนด์เทคโนโลยี Cyber Security ที่น่าสนใจ

1. Machine Learning

การรักษาความปลอดภัย Cyber Security ด้วยเทคโนโลยี Machine Learning คือ การวิเคราะห์และเปรียบเทียบเชิงบริบทโดยอ้างอิงจากการเรียนรู้ของเครื่องจักร เพื่อช่วยระบุพฤติกรรมทางไซเบอร์ที่ผิดปกติหรือน่าสงสัย พร้อมจัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือน จึงช่วยให้ทีมงานรักษาความปลอดภัยด้านไอทีทำงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. API Security

API Security ช่วยปกป้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเพียงการรับส่งข้อมูลที่ต้องการเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงปลายทาง API ของคุณได้ เช่นเดียวกับการตรวจจับและบล็อกการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของผู้โจมตี ซึ่งปัจจุบันมีการนำเสนอโซลูชันการป้องกัน API ที่ไม่ต้องบำรุงรักษาและสามารถปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของ API ได้โดยอัตโนมัติ

3. Cloud Security

Cloud Security ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับระบบ Cloud ทั้งแบบส่วนตัว สาธารณะ และ Multi Cloud รวมถึงการปกป้องแอปพลิเคชัน API และฐานข้อมูลด้วยจุดควบคุมเดียว นอกจากนี้ การกำหนดค่าคุณสมบัติความปลอดภัยโดยเฉพาะคุณสมบัติการแยกเครือข่าย เช่น Virtual Private Cloud (VPC) ต้องมีโซลูชัน Identity and Access Management (IAM) ที่แข็งแกร่ง เพื่อกำหนดบัญชีผู้ใช้ บทบาท และนโยบายควบคุมการเข้าถึงที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพ

Cloud Technology_Cyber Security Data Protection

4. Advanced Bot Protection

Advanced Bot Protection เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยวิเคราะห์ปริมาณการใช้ Bot เพื่อระบุความผิดปกติและพฤติกรรมของ Bot ที่ไม่ดี โดยตรวจสอบผ่านกลไกที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้หรือ Bot ที่ดี รวมทั้งช่วยคัดกรองการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์ตามแหล่งที่มา ภูมิศาสตร์ รูปแบบ หรือ IP ที่ถูกขึ้นบัญชีดำออกจากระบบ

5. File Security

เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยของไฟล์สามารถระบุกิจกรรมของไฟล์ที่น่าสงสัยได้โดยอัตโนมัติ เช่น ไฟล์ที่แสดงถึงความพยายามในการขโมยข้อมูล การโจมตีของ Ransomware หรือแม้แต่ความผิดพลาดของผู้ใช้ที่ลบไฟล์โดยไม่ได้ตั้งใจหรือคัดลอกไฟล์ไปยังตำแหน่งที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ File Security ยังช่วยตรวจสอบการเข้าถึงของผู้ใช้ทั้งหมดอย่างต่อเนื่องไปยังระบบจัดเก็บไฟล์ขององค์กร และเก็บบันทึกรายละเอียดของกิจกรรมการเข้าถึงไฟล์ทั้งหมด รวมถึงการกำหนดผู้ใช้ที่มีสิทธิพิเศษด้วย

6. Runtime Application Self-Protection (RASP)

RASP เป็นเทคโนโลยีที่สามารถสแกนและตรวจสอบ Source Code ของแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจจับการโจมตีที่ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในโค้ด เช่น การแทรกโค้ดและการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่รู้จัก นอกจากนี้ ยังช่วยตรวจจับ Traffic และพฤติกรรมของผู้ใช้ หากพบปัญหาก็จะดำเนินการบล็อกคำขอของผู้ใช้และแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านไอทีทันที

สรุป

Cyber Security หรือการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นแนวทางปฏิบัติในการปกป้องระบบและข้อมูลที่มีความสำคัญและละเอียดอ่อนจากการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งมักพุ่งเป้าไปที่การรีดไถเงินหรือขัดขวางระบบการดำเนินงานของธุรกิจให้หยุดชะงัก ทุกวันนี้อาชญากรไซเบอร์ได้พัฒนาการโจมตีรูปแบบใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้ Cyber Security ยิ่งมีบทบาทสำคัญและทุกองค์กรควรใส่ใจ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามต่อระบบเครือข่ายและข้อมูล ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือภายนอกองค์กรก็ตาม

ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีมากมายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามเหล่านั้น เช่น Machine Learning, API Security, Cloud Security, Advanced Bot Protection เป็นต้น ซึ่งองค์กรที่มีกลยุทธ์ด้าน Cyber Security ที่ครอบคลุมพร้อมทีมงานด้านไอทีที่มีความรู้เชี่ยวชาญจะสามารถป้องกันภัยไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น

 

ติดตามข่าวสารและคอนเทนต์ดีๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมที่คุณไม่ควรพลาด

ได้ที่ Facebook PTT ExpresSo

 

New call-to-action
  • SUBSCRIBE TO BE
    THE FIRST INNOVATOR.

logo