Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages

เรียนรู้ที่จะอยู่รอด หรือ Disruptive Technology คือทางออกสุดท้าย

20 Sep 2019

ไม่มีสิ่งใดอยู่ยงค้ำฟ้า แม้แต่เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดก็ตามน่าจะเป็นคำเปรียบเทียบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกล่าวถึงเรื่อง Disruptive Technology เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเพื่อล้มล้างธุรกิจรูปแบบเดิมๆ จนตายจากไป

แน่นอนบางคนอาจมองมันเป็นเรื่องไกลตัว แต่รู้หรือไม่ว่าเราอาจกำลังจับมันอยู่ทุกๆ วัน สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทซ์ หรือแม้แต่เครื่องสแกนนิ้ว ก็เป็นผลพวงจาก Disruptive Technology 

มาทำความเข้าใจว่า Disruptive Technology ว่าจริงๆ แล้วมันส่งผลมากขนาดไหน แล้วทำไมหลายคนจึงบอกว่ามันคือทางออกสุดท้ายสำหรับอุตสาหกรรมในสมัยนี้

Disruptive Technology เมื่อเทคโนโลยีพลิกโลก

ถ้ากล่าวกันตามตรง disrupt หรือการล้มล้างอุตสาหกรรมเก่าๆ เกิดขึ้นมานานมากแล้วนับตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่ในยุคสมัยนั้นข่าวสารยังไม่ก้าวไกล เทคโนโลยียังไม่แพร่หลาย ผลกระทบที่ได้รับจึงอยู่ในโซนค่อนข้างแคบ

ทว่าในปัจจุบันผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างราคาถูกลงจนจับต้องได้ เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลง ก็ย่อมทำให้คนหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบ จนถึงขั้น “พลิกโลก” ได้ก็ไม่ผิดนัก ยกตัวอย่างเช่นการเข้ามาของโทรศัพท์มือถือที่ลดความสำคัญของโทรศัพท์บ้าน และการเข้ามาของสมาร์ทโฟน ที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้มือถือที่ “ใช้แค่โทรเป็นหลัก” ไปตลอดกาล

แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ผลดี การมาของ Disruptive Technology แต่และครั้งทำให้เกิดการปรับตัวอย่างมหาศาลโดยเฉพาะในด้านการผลิต ถ้าปรับตัวไม่ทันก็อาจต้องตกงาน บริษัทล้มละลาย อย่างที่ได้เห็นกันในปัจจุบัน

ลองมาดูกันว่ามีอุตสาหกรรมใดบ้างที่หายไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ 

ผลกระทบจาก Disruptive Technology

ดังที่กล่าวข้างต้นว่าการ Disrupt นี้เกิดมานานมากแล้ว และแฝงอยู่ในทุกที่ไม่ว่าจะกระบวนการผลิต ขนส่ง หรือการใช้งานผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น 

  • สมาร์ทโฟน ล้มล้าง โทรศัพท์มือถือรูปแบบเก่าๆ 
  • กล้องดิจิทัล ล้มล้าง กล้องฟิลม์ 
  • บริการสตรีมมิ่ง ล้มล้าง อุตสาหกรรมการเช่าหนัง 
  • Paypal ล้มล้าง การจ่ายเงินรูปแบบเก่า
  • คอมพิวเตอร์ ล้มล้าง พิมพ์ดีด

Disruptive Technology

สังเกตได้ว่าทุกอย่างจะเกิดจากสิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณภาพเข้ามามีตัวคนในใจของผู้บริโภค แม้ว่าของเดิมจะดีแค่ไหน อย่างไรความนิยมก็มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และนั่นเองทำให้เกิดการ Disrupt 

แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่าง “อัลบั้มรูป” ที่สมัยก่อนจะต้องมีการเก็บอัลบั้มขนาดใหญ่เกี่ยวกับตัวเราเอาไว้ แต่ในปัจจุบันนอกจากจะใช้กล้องดิจิทัลหรือสมาร์ทโฟนแล้ว ความนิยมการพิมพ์ภาพ ทำอัลบั้ม ก็ลดลงไปมาก กลายเป็นการบันทึกทุกอย่างลงระบบดิจิทัลแทน และเมื่อหลายปัจจัยส่งเสริม อุตสาหกรรมใหญ่ก็สามารถล้มครืนในยุคของ Disruptive Technology ได้เช่นกัน

สำหรับสายการผลิตก็ได้ผลกระทบเช่นกัน การเข้ามาของเครื่องจักรขนาดใหญ่และหุ่นยนต์ทำให้การใช้งานแรงงานลดลง อาชีพบางอาชีพมีการเปลี่ยนแปลงหรือหายไป ขึ้นอยู่กับว่าการ “ล้มล้าง” นั้นส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหนสำหรับอุตสาหกรรมนั้นๆ 

นั่นทำให้เกิดคำถามว่า เราจะทำอย่างไรในยุคของ Disruptive Technology 

ก้าวไปอย่างมั่นคงในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาเยือน ย่อมไม่มีอุตสาหกรรมใดที่หนีพ้นไปได้ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าแล้วจะรับมือการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

คำตอบที่เหมาะสมคือการศึกษา สังเกตความเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้โอนอ่อนตามสิ่งที่เกิดขึ้น พัฒนาสิ่งที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อตลาดที่เปลี่ยนไปให้ได้มากที่สุด รวมถึงการหาตลาดที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง 

โดยเทคโนโลยีที่อาจนำสู่การ Disrupt ในยุคใหม่ๆ หลักๆ จะมี

  • Artificial Intelligence: ปัญญาประดิษฐ์ ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจมาทำงานยากๆ และซับซ้อนแทนมนุษย์ โดยเฉพาะในด้านของอุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากมีการคำนวณที่แม่นยำ และสามารถทำงานได้ตลอดเวลา
  • 3D Printing: ความสามารถในการสร้างรูปร่างที่ซับซ้อนจากวัตถุดิบที่หลากหลาย ทำให้ 3D Printing เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคาดว่าจะช่วยในด้านการแพทย์และการก่อสร้างอย่างมากในอนาคต
  • Robotics: หุ่นยนต์นั้นเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตเป็นเวลาซักพักใหญ่แล้ว แต่คาดว่าความสำคัญของหุ่นยนต์จะถูกเพิ่มมากขึ้น มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ตั้งแต่การใช้งานภายในครัวเรือนจนถึงการใช้งานในอวกาศ

Disruptive Technology

  • Internet of Things: ไม่มีข้อกังขาแล้วว่าแทบทุกอย่างในปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ แม้แต่แผนการพัฒนา Smart City  ของไทย เรื่อง IoT ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จะก้าวเข้ามาอย่างแน่นอน แต่ในรูปแบบใดบ้าง และจะทำให้เกิดการ Disrupt ใดอีกหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป

การ Disrupt นั้นยังมีปัจจัยอีกมากที่ส่งผลให้เกิดขึ้น ทางที่ดีที่สุดคือคุณควรศึกษาว่าอุตสาหกรรมที่คุณทำอยู่นั้นมีปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และเริ่มปรับตัวเสียแต่ตอนนี้ เพื่อการต่อยอดอย่างยั่งยืนในอนาคต 

Disruptive Technology เป็นทางออกสุดท้ายจริงหรือ

หลายคนกังวลถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องทำความเข้าใจว่า Disruptive Technology ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะมันคือการเปลี่ยนแปลงที่อย่างไรก็ต้องเกิด และการ Disrupt นั้นนำพามาซึ่งความเป็นไปได้ โอกาสใหม่ๆ และวิชาใหม่ๆ ที่คนจะได้เรียนรู้

ธุรกิจสตาร์ทอัพหลายรายในปัจจุบันก็เกิดจากการ Disrupt ในยุคก่อนหน้า ก่อให้เกิดการทดแทนบุคลากรในอาชีพต่างๆ และการจ้างงานที่หลากหลายขึ้นในปัจจุบัน 

หากจะกล่าวว่าตัว Disruptive Technology เป็นทางออกสุดท้ายสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ หรือไม่ คงชี้ชัดอย่างเต็มปากไม่ได้เสียทีเดียว เพราะบางอย่างถูก Disrupt ขึ้นมาก็ใช่จะมีความยั่งยืน การเริ่มทำอะไรซักอย่างที่ใหม่และหวังจะเปลี่ยนแปลงคงไม่ใช่คำตอบ เพราะสิ่งที่เห็นได้ชัดจาก Disruptive Technology ที่สุดคือ “บริษัทที่จะอยู่ได้ยืนยาวไม่ใช่บริษัทใหญ่ แต่เป็นบริษัทที่มีการปรับตัวตามยุคสมัย” นั่นเอง

  • SUBSCRIBE TO BE
    THE FIRST INNOVATOR.

logo